การปนเปื้อนสารพิษในอาหารทะเล ช่วยการันตีความปลอดภัย

การปนเปื้อนสารพิษในอาหารทะเล ช่วยการันตีความปลอดภัย

ช่วยแชร์ด้วยนะค่ะ

ความปลอดภัยในอาหารทะเลเป็นเรื่องที่เราควรจะต้องกังวลไว้บ้าง นอกจากการปนเปื้อนของแบคทีเรียก่อโรคอย่าง Vibrio หรือ Clostridium แล้ว ยังมีการปนเปื้อนจากสารพิษด้วย อย่างเช่นหอยที่มีโอกาสปนเปื้อน biotoxin จากทะเล หรือปลาบางสายพันธุ์ เช่น ทูน่า ซาร์ดีน หรือแมคเคอเรล ก็มีโอกาสสร้างสารพิษที่มีชื่อว่าฮิสทามีน ในระหว่างที่เนื้อของมันกำลังเสื่อมสภาพ

สารพิษมีโอกาสปนเปื้อนในอาหารทะเล

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับสารพิษในอาหารทะเลกันก่อน นอกจากฮิสทามีนแล้ว สารพิษส่วนใหญ่จะถูกสร้างขึ้นมาจากสาหร่ายขนาดเล็ก (microalgae) ตามธรรมชาติ ซึ่งโดยทั่วไปก็ไม่ได้เป็นอันตรายอะไร เว้นแต่จะมีปริมาณมากจากการเกิด algae bloom หรือที่เรียกกันในภาษาไทยว่าสาหร่ายสะพรั่ง อันเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน ยิ่งอุณหภูมิโลกร้อนขึ้นเรื่อยๆ โอกาสเกิด algae bloom ก็ยิ่งจะถี่ขึ้น สารพิษนี้จะสะสมเพิ่มขึ้นๆ จนถึงระดับที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตที่กินอาหารทะเลอย่างหอย กุ้ง ปู เข้าไป

การทดสอบสารพิษในอาหารทะเลเป็นเรื่องจำเป็น

สารพิษในอาหารทะเลเหล่านี้มีผลตั้งแต่ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ จนอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ แม้แต่กระบวนการฆ่าเชื้อก็ไม่สามารถกำจัดสารพิษที่ปนเปื้อนมากับวัตถุดิบอาหารทะเลเหล่านี้ออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะมันค่อนข้างที่จะทนความร้อนได้ดี มองด้วยตาเปล่าก็ไม่เห็น ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารทะเลเหล่านี้จึงต้องมีมาตรการการทดสอบทางวิทยาศาสตร์อย่างเข้มงวดเพื่อให้แน่ใจว่ามีการปนเปื้อนหรือไม่

วิธีการทดสอบนั้นมีหลายประเภทขึ้นกับความต้องการ

สารพิษจากอาหารทะเลนั้นมีหลายประเภท จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับผู้ผลิตในการจะหาวิธีการทดสอบวัตถุดิบอาหารทะเลเหล่านี้ได้อย่างเหมาะสม ให้ผลเป็นที่น่าเชื่อถือ และใช้งานสะดวก ซึ่งอันที่จริงแล้ววิธีการทดสอบมีอยู่หลายวิธีด้วยกันตามแต่ประสิทธิภาพที่เราต้องการ

เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการทดสอบสารพิษจากอาหารทะเล ได้แก่ lateral flow immunoassay (LFA) ที่ว่ากันว่าง่ายเหมือนชุดตรวจครรภ์เลยทีเดียว โดยชุดทดสอบจะมีแถบเส้นปรากฏขึ้นมาหากพบสารพิษในอาหารทะเลโดยใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที กลไกการทำงานก็ไม่ซับซ้อนมาก โดยตัวอย่างที่เตรียมไว้จะวิ่งขึ้นไปตามรีเอเจนต์ซึ่งมีแอนติบอดี้ที่จำเพาะกับสารพิษเป้าหมายอยู่ หากมีสารพิษอยู่ในตัวอย่างแล้วก็จะเกิดปฏิกิริยาเคมีทำให้ปรากฏเป็นแถบเส้นขึ้นมาบนแท่งทดสอบ ซึ่งก็จะทำให้รู้ได้ทันทีว่าตัวอย่างอาหารทะเลนั้นมีสารพิษปนเปื้อน โดยปกติก็จะใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที ตั้งแต่เริ่มต้นจนได้ผลลัพธ์

แต่บางทีวิธีการตีความด้วยตาเปล่าแบบข้างต้นอาจจะให้ผลที่คลาดเคลื่อนได้ ดังนั้น หลายบริษัทจึงเลือกใช้ตัวอ่านแบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาแทนที่ เพื่อใช้อ่านผลลัพธ์แทนสายตาคนเรา แถมมันยังสามารถเชื่อมต่อเน็ตเวิร์คและจัดเก็บข้อมูลผลการทดสอบได้ จะเรียกข้อมูลมาดูเมื่อไรก็ไม่ใช่เรื่องยาก และเมื่อชุดทดสอบมีขนาดเล็ก ก็สามารถพกพาไปทดสอบบนเรือได้อย่างง่ายดาย

แต่หากผู้ผลิตตต้องการทดสอบตัวอย่างในปริมาณมาก ก็อาจจะนำมาทดสอบบนไมโครเพลท (microwell) ที่สามารถทดสอบได้ถึง 96 ตัวอย่างในเวลาเดียวกัน หรืออาจจะรู้จักกันในชื่อ ELISAs (enzyme-linked immunosorbent assays) ถ้าไม่อย่างนั้นก็อาจจะส่งตัวอย่างมาตรวจการปนเปื้อนสารพิษที่ห้องแล็บด้วยวิธี Liquid Chromatography ก็ย่อมได้เช่นกัน

อย่างที่ทราบกันว่า food safety เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงที่สุดสำหรับผู้ผลิต โดยเฉพาะอาหารทะเลที่มีโอกาสปนเปื้อนสารพิษจากธรรมชาติ รวมทั้งฮิสทามีน การมีวิธีการทดสอบที่มีประสิทธิภาพจึงจะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าผู้บริโภคจะได้รับอาหารที่ปลอดภัยจริงๆ


Leave a Reply

บริษัท คิว คอมแพค จำกัด

21/20 ถนนมาเจริญ แขวงหนองแขม         เขตหนองแขม กรุงเทพฯ 10160              โทร 02-812-2204                     ฝ่ายขาย 086-355-4512 คุณปุ๊ก               เพิ่มเพื่อน