วิธีป้องกันไวรัสโควิช 19 ที่คนไทยต้องรู้

ช่วยแชร์ด้วยนะค่ะ

วินาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก “ไวรัสโควิช 19” หรือ “ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019” ที่กำลังระบาดหนักอยู่ขณะนี้ กลุ่มไวรัสโคโรน่านั้น ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1960 ทำให้เกิดไข้หวัดทั่วไป แต่ไม่ได้มีอาการรุนแรงมาก ล่าสุดพบที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ต่างจากที่เคยเจอมาก่อน มีอาการตั้งแต่เล็กน้อย ปานกลาง ถึงรุนแรง และมีการแพร่กระจายเชื้อได้ ดังนั้นในวันนี้เราจะพาไป คำความเข้าใจและ วิธีป้องกันไวรัสโควิช 19 ให้มากยิ่งขึ้น

วิธีป้องกันไวรัสโควิช 19 ที่คนไทยต้องรู้…
วิธีป้องกันไวรัสโควิช-19

ไวรัสโควิช 19 คือเชื้อไวรัสที่มีรูปร่างคล้ายมงกุฎ พบครั้งแรกกลางทศวรรษที่ 1960 โดยมีเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่ 4 สายพันธุ์ใหญ่ ๆ ด้วยกัน แต่ตัวที่ระบาดมากที่สุดคือ SARS-CoV พบครั้งแรกที่ประเทศจีน ปี ค.ศ. 2002-2003 ซึ่งได้ระบาดไปทั่วโลกและมีอัตราการเสียชีวิตสูง ต่อมาพบเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ MERS-CoV เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศซาอุดีอาระเบีย ในแถบตะวันออกกลาง

จนกระทั่งล่าสุดพบ “เชื้อไวรัสโควิช 19 หรือ ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019” ที่เมืองอู่ฮั่น เมืองหลวงของมณฑลหูเป่ย์ ตอนกลางของประเทศจีน โดยบริเวณที่พบผู้ป่วยมากที่สุดและคาดว่าน่าจะเป็นรังของโรค คือ ตลาดอาหารทะเลและสัตว์หายากในเมือง ซึ่งได้แพร่กระจายไปในหลายเมืองในประเทศจีนและหลายประเทศ เช่น ไทย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เป็นต้น

โดยเฉพาะในประเทศไทยเอง ผู้ป่วยรายแรกที่พบนั้นเป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนอายุ 61 ปี จากเมืองอู่ฮั่น ซึ่งมีอาการไข้หนาวสั่น ปวดศีรษะและเจ็บคอ สามวันก่อนเดินทางมาที่ประเทศไทย ต่อมาได้เดินทางมาพร้อมครอบครัวเพื่อท่องเที่ยว เมื่อเดินผ่านเครื่องตรวจจับความร้อนที่สนามบิน (thermo scan) จึงพบว่ามีไข้ และถูกส่งตัวไปนอนรักษาที่โรงพยาบาลทันที อีกสองวันต่อมา ทางโรงพยาบาลสามารถแยกเชื้อโดยวิธีการทางโมเลกุลได้ว่าเป็นเชื้อ “ไวรัสโควิช 19” จึงรายงานไปที่องค์การอนามัยโลก และประเทศไทยได้ประกาศว่าเป็นประเทศแรกนอกเหนือจากประเทศจีน ที่มีผู้ป่วยไวรัสโควิช 19

ประกันไวรัสโคโรน่าสมัครเริ่มต้นหลักร้อยบาท รับผลประโยชน์หลักล้านสนใจ คลิ๊กเลย!

วิธีสังเกตอาการ
หากได้รับเชื้อไวรัสโควิช 19 ผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการออกมาภายใน 1 วัน ถึง 2 สัปดาห์ หลังจากได้รับเชื้อ โดยอาการเริ่มแรกของผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิช 19 นั้น ส่วนใหญ่จะเริ่มจากการมีไข้ ไอ เจ็บคอ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หายใจหอบเหนื่อย ถ่ายเหลวท้องเสีย หากผู้ป่วยมีร่างกายไม่แข็งแรงหรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ จะทำให้มีความรุนแรงถึงขั้นวิกฤตและเสียชีวิตได้

วิธีป้องกัน
เบื้องต้นทุกคนสามารถป้องกันตัวเองและคนรอบข้างให้ห่างไกลจากเชื้อไวรัสโควิช 19 ได้ดังนี้

เลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไอ จาม น้ำมูกไหล เหนื่อยหอบ เจ็บคอ
เลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะเมืองอู่ฮั่นที่เป็นรังโรค และเมืองอื่น ๆ ในประเทศจีนที่มีการระบาด
ระวังการสัมผัสพื้นผิวที่ไม่สะอาด และอาจมีเชื้อโรคเกาะอยู่
ควรล้างมือให้สม่ำเสมอด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลอย่างน้อย 20 วินาที
งดจับตา จมูก ปากขณะที่ไม่ได้ล้างมือ
เลี่ยงการใกล้ชิด สัมผัสสัตว์ต่าง ๆ โดยที่ไม่มีการป้องกัน
ทานอาหารสุก สะอาด ใช้ช้อนกลาง ไม่ทานอาหารที่ทำจากสัตว์หายาก
สำหรับบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิช 19 โดยตรง ควรใส่หน้ากากอนามัย หรือใส่แว่นตานิรภัย เพื่อป้องกันเชื้อในละอองฝอยจากเสมหะหรือสารคัดหลั่งเข้าตา
สุดท้ายขอฝากไว้ว่า อย่าตื่นตระหนกจนเกินไป และอย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ควรตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดก่อนจะเชื่อในทันที

ประกันไวรัสโคโรน่าสมัครเริ่มต้นหลักร้อยบาท รับผลประโยชน์หลักล้านสนใจ คลิ๊กเลย!

วิธีป้องกันไวรัสโควิช-19

หมายเหตุ : อ.พญ.รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ


ช่วยแชร์ด้วยนะค่ะ

GMPPlus+

ช่วยแชร์ด้วยนะค่ะ

เรื่องของการผลิตเครื่องสำอางนั้น สิ่งสำคัญที่คนจะตัดสินใจเลือกโรงงานผลิตเครื่องสำอางหรือโรงงานผลิตครีมนั้น คือ “มาตรฐาน” ของแต่ละโรงงานที่รับผลิตเครื่องสำอางหรือโรงงานผลิตครีมนั่นเอง ซึ่งแต่ละโรงงานก็จะมีมาตรฐานที่แตกต่างกันออกไป สำหรับวธูธรเรามีมาตรฐานระดับสากลทั้งหมดที่เรียกว่าระบบ GMPPlus+ เป็นการที่นำมาตรฐานระดับทั้งหมดรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

วันนี้เราจะมาไขปริศนาระบบ GMPPlus+ ว่ามีมาตรฐานที่ดีที่โรงงานผลิตเครื่องสำอางหรือโรงงานผลิตครีมอะไรบ้าง และแต่มาตรฐานนั้นมีความสำคัญในการผลิตเครื่องสำอางหรือผลิตครีมอย่างไรบ้าง ตามมาคำตอบกันได้เลยค่ะ

มาตรฐานการที่ดีในการผลิตเครื่องสำอาง ISO 22716
ความน่าเชื่อถือในการผลิตเครื่องสำอางหรือผลิตครีมเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกโรงงานต้องมีมาตรฐานนี้ ซึ่งมาตรฐานนี้เป็นเสาหลักมาตรฐานของทางยุโรปสำหรับการผลิตเครื่องสำอางหรือผลิตครีม มาตรฐานนี้เป็นข้อกำหนดที่รองรับความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค ISO 22716 เป็นมาตรฐานที่อธิบายถึงแนวทางปฏิบัติในการผลิตเครื่องสำอางที่ดี และเป็นระเบียบใหม่ของสหภาพยุโรป (EC) No 1223/2009 กำหนดให้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ต้องการจำหน่ายภายในสหภาพยุโรป จะต้องผลิตตามระบบจัดการสุขลักษณะที่ดีในการผลิตเครื่องสำอาง (GMP for Cosmetics) เป็นมาตรฐานการบริหารจัดการสำหรับผู้ผลิตเครื่องสำอางที่สอดคล้องกับแนวทาง GMP (Good Manufacturing Practice) และสอดคล้องกับกฎระเบียบของกลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่ง ISO22716 มีข้อกำหนดครอบคลุมการจัดการเรื่องการควบคุมคุณภาพการผลิตเครื่องสำอาง การจัดเก็บ บรรจุภัณฑ์และฉลาก การสอบกลับได้ การขนส่ง ตลอดจนในเรื่องระบบควบคุมเอกสารและบันทึกคุณภาพ เข้าใจง่ายๆก็คือ ระบบ ISO22716 นี้คือ GMP อีก 1 ระบบที่การผลิตเครื่องสำอางในระดับสากลให้การยอมรับ สามารถใช้ส่งออกยุโรปและทั่วโลกได้นั่นเองค่ะ

มาตรฐานการบริหารงานคุณภาพในการผลิตเครื่องสำอาง ISO 9001:2015
ทุกองค์กรธุรกิจสากลระดับโลกให้ความสำคัญในด้านความเป็นเลิศของคุณภาพและความมีประสิทธิภาพ สำหรับโรงงานผลิตเครื่องสำอางหรือผลิตครีมก็เช่นกัน
ISO 9001 คือการจัดวางระบบบริหารงานเพื่อการประกันคุณภาพ ซึ่งเป็นระบบที่ทำให้เชื่อมั่นได้ว่ากระบวนการผลิตเครื่องสำอางหรือผลิตครีมต่างๆ จะได้รับการควบคุมและสามารถตรวจสอบได้ โดยผ่านระบบที่ระบุขั้นตอนและวิธีการทำงาน เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรในองค์กรรู้หน้าที่ความรับผิดชอบและขั้นตอนต่างๆ ในการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี โดยต้องมีการฝึกอบรมให้ความรู้และทักษะในการปฏิบัติงาน มีการจดบันทึกข้อมูล รวมทั้งการตรวจสอบการปฏิบัติงานว่าเป็นไปตามที่ระบุไว้ในระบบหรือไม่ และมีการแก้ไขข้อผิดพลาดรวมทั้งมีแนวทางในการป้องกันข้อผิดพลาดเดิม

มาตรฐานที่ต้องมีในการผลิตเครื่องสำอาง ASEAN GMP
หลักเกณฑ์วิธีการปฏิบัติที่ดีในการผลิตเครื่องสำอางของอาเซียน หรือ “ASEAN GMP” ซึ่งโรงงานผลิตเครื่องสำอางหรือผลิตครีมที่ดีต้องเข้าสู่มาตรฐาน ‘ASEAN GMP’

เป็นการดำเนินการภายใต้ข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างอาเซียน ที่กำหนดใช้หลักเกณฑ์วิธีการผลิตเครื่องสำอางที่ดีให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ระบบมาตรฐานคุณภาพทุกระบบมีพื้นฐานมาจาก ISO 9000 ดังนั้นมาตรฐาน “หลักเกณฑ์วิธีการปฏิบัติที่ดีในการผลิตเครื่องสำอางของอาเซียน” หรือ ASEAN GMP จึงสอดคล้องกับระบบบริหารงานคุณภาพมาตรฐาน ISO 9001 รวมถึง GMP ด้วย

มาตรฐานการผลิตเครื่องสำอาง HALAL
ใครว่า “ฮาลาล” มีแค่เฉพาะในอาหารเท่านั้น ฮาลาลสำหรับการผลิตเครื่องสำอางก็มีเช่นเดียวกัน ฮาลาลเป็นมาตรฐานรับรองความสะอาด ความปลอดภัย และถูกหลักศาสนาในการผลิตเครื่องสำอางที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคได้ทั้งชาวมุสลิมและผู้นับถือศาสนาอื่น ฮาลาลใน ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามเป็นสิ่งที่น่าสนใจในปัจจุบัน เพราะกลุ่มมุสลิมจำนวนไม่น้อยที่เลือกใช้เครื่องสำอางที่มีเครื่องหมายฮาลาลรองรับสินค้า หากท่านใดต้องการผลิตสินค้าฮาลาลสามารถสั่งผลิตครีมหรือเครื่องสำอางฮาลาลได้ที่วธูธรค่ะ

มาตรฐานการผลิตอุตสาหรรมเครื่องสำอาง GREEN INDUSTRY
อุตสาหกรรมสีเขียว คือ อุตสาหกรรมที่ประกอบกิจการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความรับผิดชอบ ต่อสังคมทั้งภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งทางวธูธรได้ระดับที่ 2 ปฏิบัติการสีเขียว (Green Activity) คือการดําเนินการผลิตเครื่องสำอางเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้สําเร็จตามความมุ่งมั่นที่ตั้งไว้

ทั้งหมดนี้คือ 5 มาตรฐานสากลของบริษัทวธูธรที่ใช้ในการผลิตเครื่องสำอางหรือผลิตครีมให้กับผู้บริโภค จึงเกิดการรวมกันเป็นหนึ่งเดียวโดยมีชื่อเรียกว่า ระบบ GMPPlus+ เพื่อรองรับให้กับผู้บริโภคที่กำลังจะผลิตเครื่องสำอางหรือผลิตครีม มั่นใจในเรื่องมาตรฐานระดับสากลของทางบริษัทวูธรได้อย่างแน่นอนค่ะ

สำหรับใครที่อยากมาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐาน GMPPlus+ เลือกผลิตเครื่องสำอางหรือผลิตครีมกับทางวธูธรสิคะ สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่


ช่วยแชร์ด้วยนะค่ะ

เพิ่มโอกาสในการส่งออกด้วย ASEAN GMP Cosmetic

ช่วยแชร์ด้วยนะค่ะ


 หากพูดถึงโรงงานที่มีมาตรฐานรับรองการผลิตสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนั้น นักลงทุนหรือผู้ประกอบธุรกิจต่างมองหา “มาตรฐาน GMP Cosmetic (Good Manufacturing Practice)” ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตผลิตภัณฑ์ เป็นเกณฑ์ควบคุมการผลิต ตลอดจนกระบวนการควบคุมให้ปฏิบัติตามของกองบริหารคุณภาพผลิตภัณฑ์แห่งรัฐหรือชุมชนนั้นๆ เพื่อการวิจัย การผลิต การบริโภค และการประกอบการค้าที่ดีขึ้น

โดยมาตรฐาน GMP นั้นจัดเป็นมาตรฐานสากลที่ได้เป็นที่ยอมรับทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งถ้าเป็นการรับรองในกลุ่มประเทศอาเซียน GMP นั้นจะต้องเป็น ASEAN GMP ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์วิธีการในการผลิตเครื่องสำอาง เป็นหลักเกณฑ์วิธีการในการผลิตเครื่องสำอางที่ผู้ผลิตสามารถนำไปปรับปรุงให้สอดคล้องกับผู้ผลิตสามารถนำไปปรับปรุงในสอดคล้องกับประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียน

ความแตกต่างระหว่าง GMP ASEAN COSMETIC กับ GMP (ทั่วไป) ได้แก่

  1. เป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับจากประเทศสมาชิก กลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ
  2. เป็นหลักเกณฑ์วิธีการในการผลิตเครื่องสำอางที่ผู้ผลิตสามารถนำไปปรับปรุงให้สอดคล้องกับประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียน
  3. มีการตั้งข้อกำหนดระบบคุณภาพและการควมคุมคุณภาพที่ละเอียดมากกว่า

สำหรับนักลงทุน หรือ ผู้ประกอบการท่านใดที่สนใจผลิตสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียนก็สามารถมองหาโรงงานที่มีมาตรฐาน ASEAN GMP เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจให้กับแบรนด์ของคุณ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท ควอลิตี้พลัส เอสเทติค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เส้นผม และเครื่องสำอาง ที่ได้รับรับมาตรฐานระดับสากล


ช่วยแชร์ด้วยนะค่ะ

FSSC 22000

ช่วยแชร์ด้วยนะค่ะ


หลายคนอาจยังไม่รู้จักมาตรฐานนี้ หรือสงสัยว่า FSSC 22000 คือมาตรฐานอะไร ?

FSSC 22000 (Food Safety System Certification 22000)
คือ ระบบมาตรฐานการรับรองความปลอดภัยสำหรับการผลิตอาหาร
ก่อตั้งขึ้นโดย The Foundation for Food Safety Certification ในปี พ.ศ. 2547
เพื่อให้เป็นมาตรฐานการรับรองความปลอดภัยสำหรับการผลิตอาหาร
โดยรวมมาตรฐาน ISO 22000 หรือ Food Safety Management System รับรองโดย Global Food Safety Initiative (GFSI)
กับมาตรฐาน Publicly Available Specification (PAS) 220 ไว้ด้วยกัน
โดยมาตรฐาน FSSC 22000 ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากสมาพันธ์อาหารและอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของสหภาพยุโรป (The Confederation of Food and Drink Industries of the European Union: CIAA) สามารถนำไปใช้ในการรับรองมาตรฐานอาหารได้

FSSC 22000 ออกแบบมาเพื่อรับรองผลิตภัณฑ์ในร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ หรือบริษัทผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ ที่นำเอาระบบ ISO 22000 และ PAS 220 มาใช้ เป็นมาตรฐานที่สามารถให้การรับรองโรงงานอุตสาหกรรมอาหารได้ครอบคลุมห่วงโซ่อาหารทั้งหมด โดยมีพื้นฐานมาจากมาตรฐานและข้อกำหนดที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก คือมาตรฐานสากล ISO 22000 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับระบบการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของอาหาร และ ISO/TS 22002-1 ข้อกำหนดจำเพาะสำหรับการจัดการโปรแกรมพื้นฐาน (PRP) ของมาตรฐาน ISO 22000 และ Additional Requirement ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ GFSI ให้การยอมรับว่ามีระดับเทียบเท่ากับมาตรฐาน BRC, IFS และ SQF มาตรฐาน FSSC 22000 เหมาะกับโรงงานอุตสาหกรรมอาหารที่ผลิตอาหาร และส่งออกสินค้าไปขายยังยุโรป และอเมริกาเหนือ การได้การรับรองระบบ FSSC 22000 ถือเป็นมาตรฐานที่ได้รับความไว้วางใจจากคู่ค้าจากประเทศในเขตพื้นที่ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

อัพ FSSC v.4.1 >> v.5.0

โทร 062-515-1446 คุณปุ๊ก


ช่วยแชร์ด้วยนะค่ะ

IFS Food Standard Version 7

ช่วยแชร์ด้วยนะค่ะ

ตอนนี้มีการจัดทำฉบับร่างของ IFS Food Standard Version 7 และเปิดให้ส่งความคิดเห็น จนถึง 11 พฤศจิกายน 2019 ซึ่งหมดเวลาแล้ว ลองเอาไปอ่านเป็นแนวทางก่อนนะคะ

PUBLIC CONSULTATION IFS FOOD VERSION 7
OCTOBER 2019

ประมาณการว่า Version ใหม่จะให้ความสำคัญกับวิธีการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการมากและทบทวนเอกสารเท่าที่จำเป็น และจะมุ่งเน้นที่วัฒนธรรมความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น เช่น ค่านิยมและพฤติกรรมภายในองค์กรที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของอาหาร
คาดว่า IFS Food Standard Version 7 จะถูกเผยแพร่ในไตรมาสแรกของปี 2020 ซึ่ง หลังจากการเปิดตัว ผู้ประกอบการจะมีเวลา 9 เดือนในการดำเนินการตามข้อกำหนดใหม่ / หรือการแก้ไขก่อนที่จะมีการบังคับใช้

https://www.ifs-certification.com/index.php/de/news/news-archiv/4003-news-ifs-food-7-pc?bc=off&fbclid=IwAR1dRGLzLEIVCzblJf0EVHWg7EnPrvlBb_rcMXOeBhlPf9A5YXx2RxlpX20

ที่มา IFS


ช่วยแชร์ด้วยนะค่ะ

ข้อกำหนดของมาตรฐาน ISO9001:2015

ช่วยแชร์ด้วยนะค่ะ

1. ขอบเขต ( scope)
2. การอ้างอิง (normative reference)
3. คำศัพท์ และความหมาย (term and definitions)
4. บริบทองค์การ (context of organization)

“Read More”


ช่วยแชร์ด้วยนะค่ะ

การเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมของมาตรฐาน ISO9001:2015

ช่วยแชร์ด้วยนะค่ะ

1.ข้อกำหนดต่างๆ ของมาตรฐาน :
    มีการเขียนขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เป็นแนวปฏิบัติทั่วไป ไม่เจาะจง โดยเฉพาะสามาตรนำไปประยุกต์ใช้ในงานด้านการบริการได้ง่ายขึ้น

“Read More”

ช่วยแชร์ด้วยนะค่ะ

ปลาแซลมอน อันตรายที่แฝงมากับคุณประโยชน์

ช่วยแชร์ด้วยนะค่ะ

ผศ.ดร.นายแพทย์วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี กล่าวว่า ปลาแซลมอนเป็นปลาอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการบริโภคเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยเนื้อปลามีรสชาติหวาน ไม่คาวและมีคุณประโยชน์มากมาย

โดยในเนื้อปลาแซลมอนจะอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 และกรดไขมันไม่อิ่มตัวอีกหลายชนิด สามารถลดคอเรสเตอรอล รวมไปถึงไขมันที่สะสมตามผนังหลอดเลือด ที่เป็นสาเหตุของโรคหัวใจ และมีส่วนสำคัญในการพัฒนาสมอง โดยเฉพาะในส่วนของความจำและการเรียนรู้ แต่ในคุณประโยชน์นั้น ได้แฝงมาด้วยอันตรายต่อสุขภาพ

โดยที่ผู้บริโภคคาดไม่ถึง นักวิจัยชาวอเมริกันได้ออกมาให้ข้อมูลว่า “เนื้อปลาแซลมอนที่เรารับประทานในปัจจุบัน จะถูกเลี้ยงในฟาร์ม และมีสารเคมีปนเปื้อนจำพวก ยาฆ่าแมลง สารพิษจากอุตสาหกรรมและสารก่อมะเร็ง ตกค้างอยู่ในเนื้อปลา” ที่ร้ายแรงไปกว่านั้นคือ ผู้เลี้ยงบางรายได้ให้ปลาแซลมอนกินสารกระตุ้นเพื่อให้เนื้อปลามีสีส้มสดน่ารับประทาน เมื่อสารเหล่านี้เข้าไปสะสมในร่างกายมากๆ จะส่งผลกระทบต่อระบบประสาทตาทำให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติได้ รวมถึงโลหะหนักและสารเคมีอื่นๆที่อยู่ในเนื้อปลาจะเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งมากขึ้น

ทั้งนี้ในสหรัฐอเมริกาได้มีการวิจัยพบว่า “เนื้อปลาแซลมอนจากฟาร์มเลี้ยงมีสารก่อมะเร็งที่มาจากอาหารปลาในระดับที่สูงกว่าปลาแซลมอนจากธรรมชาติถึง 16 เท่า” อีกทั้งปลาแซลมอนที่เลี้ยงในฟาร์ม มีไขมันอิ่มตัวสะสมในปริมาณสูง เนื่องจากไม่ได้ว่ายน้ำหรือออกกำลังกายที่มากพอตามระยะเวลาที่ควรจะเป็นตามสัญชาติญาณทางธรรมชาติ หากรับประทานเนื้อปลาแซลมอนเข้าไปมากๆ อาจส่งผลทำให้เกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้

ดังนั้นหากจะรับประทานเนื้อปลาแซลมอน ควรศึกษาให้ดีเสียก่อนว่าเป็นเนื้อปลาแซลมอนจากทะเลโดยตรง หรือเป็นปลาแซลมอนที่ถูกเลี้ยงในฟาร์ม หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ก็ควรรับประทานแต่พอเหมาะ โดยมีนักวิจัยออกมาแนะนำว่า “ไม่ควรบริโภคเนื้อปลาแซลมอนที่ถูกเลี้ยงในฟาร์ม เกินกว่า 0.25 กิโลกรัมต่อเดือน ส่วนเนื้อปลาแซลมอนจากธรรมชาติสามารถบริโภคได้ถึง 2 กิโลกรัมต่อเดือน”


ช่วยแชร์ด้วยนะค่ะ

ISO 22000 ปรับปรุงใหม่ ใช้งานได้ง่ายขึ้น

ช่วยแชร์ด้วยนะค่ะ

ISO 22000 ปรับปรุงใหม่ ใช้งานได้ง่ายขึ้น

iso22000-has-just-reached-dis-stage
เพื่อให้มาตรฐานมีความทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้งานทั่วโลก ไอเอสโอหรือองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน จึงทำการทบทวนมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ มาตรฐาน ISO 22000 ก็เช่นกัน ปัจจุบัน ไอเอสโอได้ทบทวนมาถึงขั้นร่างมาตรฐานแล้ว

มาตรฐานที่ทำการทบทวนใหม่จะรวมเอาโครงสร้างหลักอันใหม่เข้าไปพร้อมกับองค์ประกอบหลักเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของอาหารในทุกๆ ขั้นตอนของห่วงโซ่อาหาร

การทบทวนมาตรฐาน ISO 22000 มุ่งไปสู่การรวบรวมประเด็นใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหารเพื่อให้เหมาะสมกับภาคส่วนอาหารในปัจจุบัน ซึ่งมีกระบวนการที่รัดกุมและกลุ่มงานที่ทำการทบทวนมาตรฐานก็ได้ค้นพบแนวคิดที่ขยายวงกว้างออกไปอีกเป็นจำนวนมาก เมื่อปีที่แล้ว ผู้เชี่ยวชาญได้มาประชุมร่วมกัน 3 ครั้งและได้รับข้อคิดเห็นจำนวน 1,800 ข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั่วโลกซึ่งเป็นผู้แทนขององค์กรที่ทำหน้าที่ต่างๆ กัน

ปัจจุบัน หน้าที่หลักของผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นก็คือการแปลแนวคิดที่ได้มีการปรับปรุงแล้วในมาตรฐานและทำการสื่อสารให้กับผู้ใช้งานอย่างชัดเจนและตรงประเด็นซึ่งทำให้สามารถเข้าใจมาตรฐาน ISO 22000 ได้ง่ายขึ้นและทำให้ทุกองค์กรมีการนำไปใช้ได้ในทุกแง่มุมของห่วงโซ่อาหาร

มาตรฐาน ISO 22000 ที่มีการทบทวนใหม่จะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยซึ่งทำให้สามารถอ่านได้ง่ายขึ้นและชัดเจนขึ้น รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญที่มีโครงสร้างเป็นธรรมชาติมากขึ้น สิ่งที่สำคัญได้แก่

มาตรฐานฉบับใหม่จะรับเอาโครงสร้างระดับสูงหรือ High-Level Structure (HLS) ไปใช้ซึ่งเป็นกรอบการทำงานของมาตรฐานระบบการจัดการทั้งหมดของไอเอสโอ โครงสร้างที่เหมือนกันนี้จะทำให้ง่ายขึ้นสำหรับธุรกิจที่จะนำมาตรฐานระบบการจัดการของไอเอสโออื่นๆ ไปใช้ซึ่งสามารถรวมเข้าไปในกระบวนการขอได้ในครั้งเดียว
มาตรฐานที่มีการทบทวนนี้จะทำให้เข้าใจในแนวคิดของ “ความเสี่ยง” ซึ่งความเสี่ยงนั้นเป็นแนวคิดสำคัญกับธุรกิจอาหารและมาตรฐานจะแตกต่างกันระหว่างความเสี่ยงในระดับปฏิบัติการ (Hazard Analysis Critical Control Point approach, หรือ HACCP) และความเสี่ยงในระดับกลยุทธ์ของระบบการจัดการ (ความเสี่ยงทางธุรกิจ) ซึ่งหมายถึงความสามารถในการใช้โอกาสเพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายที่เจาะจงในธุรกิจ
มาตรฐานนี้จะให้ความกระจ่างชัดของความแตกต่างระหว่างวงจร PDCA สองวงจร วงจรแรกมีการนำไปปรับใช้กับระบบการจัดการโดยรวมในขณะที่วงจรที่สองจะเน้นที่การปฏิบัติงานตามที่อธิบายในข้อ 8 ซึ่งครอบคลุมหลักการของ HACCP ตามที่โครงการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ Codex Alimentarius กำหนดไว้ (ข้อ 8 คือ การทวนสอบเพื่อยืนยันการใช้งานได้ (Validation) การทวนสอบ (verification) และการปรับปรุงระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร (improvement of the food safety management system))
ไอเอสโอคาดว่ามาตรฐาน ISO 22000 ที่อยู่ระหว่างการทบทวนและปรับปรุงนี้จะตีพิมพ์เผยแพร่ได้ภายในเดือนมิถุนายน 2561


ช่วยแชร์ด้วยนะค่ะ

ความแตกต่างระหว่าง เกษตรปลอดภัย กับ เกษตรอินทรีย์ GAP and Organic เป็นอย่างไร ?

ช่วยแชร์ด้วยนะค่ะ

ติดตามข่าวสารน่ารู้ ได้ที่ บริษัท คิว คอมแพค จำกัด www.qcompact.com


ช่วยแชร์ด้วยนะค่ะ